Nonthawat's profileneuron น่ารักPhotosBlogListsMore Tools Help

neuron น่ารัก

ในโลกนี้ไม่มีความเท่าเทียมกัน อย่างแท้จริง

Nonthawat P

Occupation
Interests
I'm cute, Priority

Questions I've Asked

This user currently is not registered with Windows Live QnA account. Click here to learn more and get started.
November 07

สถานะการณ์ล่าสุดของ N

เป็นหวัดอะ แล้วก่อนหน้านี้ก็เจ็บคอด้วยยยยยยยย ช่วงนี้อะวันจันทร์ก็สอน 7 คาบติดเลยอะ ส่วนอังคารก็สอบ 5 คาบติดเลยนะ โอ๊ยย สอนมากมายเหนื่อยนะเนี่ย ช่วงนี้เลยไม่ค่อยได้มา online เท่าไหร่เลย แล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเนี่ยก้ได้รู้จักน้องเพิ่มคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ก็ไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร คือถ้าเจอก็คุย แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (1 พ.ย.) ได้มีโอกาสโทรไปคุยอย่างจริงจัง ทำให้รู้สึกว่าชีวิตน้องคนนี้มีอะไรที่น่าสนใจมาก แล้เค้าก็บอกว่า เค้าปวดหัวมากมาย (เป็น ไมเกรน) เราก็นึกว่าเค้าเป็นไม่มาก วันนั้นก็ไม่อะไรคุยกันยาวทีเดียวจนกระทั่งเช้า ปรากฏว่าวันต่อมาปวดมากแถบตาย ซึ่งเป็นยาวหลายวัน ทำให้เราเป็นห่วงมากมายทีเดียว แต่ตอนนี้เค้าอาการ ดีขึ้นมากเราก็ ok แล้ว สบายใจได้แล้ว วันนี้ up แค่นี้แล้วกันค่อยมา up ใหม่วันหลัง โชคดีทุกท่านนะ
October 24

โศกนาศกรรมของ N ตอน เหตุเกิดจากความผิดผี

      ช่วงนี้ยุ่งวุ่นวายมากถึงขนาดไม่ว่างอย่างแรงมากเลยทีเดียว แต่ไหนๆ ก้ไหนๆ แล้ววันนี้มา up ซะหน่อย ช่วงนี้เพิ่งผ่านงานประชุมวิชาการไปแต่เป็ฯงานที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยอะ เพราะว่าต้องนั่งทำ Multimedia อย่างเดียวแบบว่า ร้อนมากเลยเสร็จปุ๊บใช้ปั๊บ อาจารย์จับนี่ถึงกับมือพองเลยทีเดียว แต่หลายคนชอบและถูกใจมากมาย ยุให้เราเอาลง youtube เลยทีเดียว (ขนาดนั้นเลยนะ) 
       ตอนนี้เนี่ย ซวยอย่างแรงมากเลยอะ ทำไรก็เจ็บตัวอย่างมากมาย เรื่องของเรื่องเนี่ยเริ่มจากคืนวันพฤหัส ที่แล้ว (19 ตค.) เรานั่งทำงานอยู่ตอนกลางคืนแล้วพบว่า ตาข้างขวากระตุกอย่างร้ายกาจ เราเลยเริ่มสงสัย ว่าน่าจะเกิดเหตุอาเพส กะเราสักอย่างแรง เริ่มจากวันพุธกลางคืนเป็นไข้ พอวันพฤหัส นอนทั้งวันเลย พอกลางคืนก็เลยกลายเป็นว่า ชั้นนอนไม่หลับ นะ เลยนั่งทำงานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกตัวอีกทีก็ อ๊ะ ตีห้าแล้วเอาไงดี ok ไปอาบน้ำ ( - -'' ทั้งที่เพิ่งอาบมาตอนตีสอง) แล้วมานั่งทำงานอีกแป๊บหกโมงครึ่ง ฤกษ์งามยามดี ออกไปโครงการดีกว่า ตอนขับรถไปพบว่า โอ๊ะ!! เพลงมันมากมายเหมาะแก่การเริ่มวันไหนใหม่ (แต่หารู้ไม่ว่ากะลังจะเกิดเหตุกะตัวเอง) หลังจากนั้นก็ขับรถเข้ามาโครงการปกติ เวลาประมาณหกครึ่ง ตอนนั้นคิดว่าทุกคนต้องแปลกใจมากมาย ที่วันนี้เราโผลแต่เช้า
      แล้วเราก็แบกของมากมายไปเปิดประตู พบว่ากระเป๋าเราหนักมากมายทั้งสองกระเป๋า และแล้ว เราก็นั่งไขกุญแจได้ ในขณะที่กำลังจะลุกขึ้น เพื่อดึงประตูขึ้น ประตูกระจกที่เราใช้หลังดันไว้ก็ปิดกลับเข้ามา เราตกใจก็เลยหันกลับไป ดันประตูแต่ปรากฏว่า เราก็หงายหลังกลิ้งตัวลงไปที่บันไดหน้าโครงการและล้วเราก็หยุดเมื่อกระแทกกับขอบฟุตบาท ดังตุ้บเลยทีเดียว ตอนนั้นสภาพเราแบบ น่ากลัวมากเลยคือ รองเท้าสองข้างกระเด็นไปคนละทาง กระเป๋าก็อยู่อีกทาง กุญแจกระเด็นไปหมด แล้วชั้นก็นอนอยู่ตรงนั้น สักพัก ความคิดแรกวูบเข้า หลังชั้นจะหักมั๊ยเนี่ย พอนอนสักพักรู้สึกจุกแล้วตอนพยายามขยับก็เจ็บด้วย ขายังขยับได้อยู่แลสดงว่าหลังไม่น่าจะหัก แต่ตอนนี้ลุกไม่ขึ้นเลย หลังจากนั้นเริ่มคิดว่าไม่ดีแน่ถ้าชั้นนอนตรงนี้ต้องโดนแบบว่า น้องเห้ มารุมกินชั้นแน่ๆ ต้องหาทางเปลี่ยนที่โดยเร็ว และแล้วก็เหลือบไปมองเห็นรถตัวเองเลยคิดได้ว่าไปพักในรถดีกว่าเลยตะกายขึ้นไปในรถ นั่งได้สักพักพบว่าเบาะหน้าเนี่ย นั่งไม่สบายเล้ย ก็คิดได้ว่าปเบาะหลังดีกว่า แล้วเราก็พบความจริงที่โหดร้ายว่า เบาะหลังช้านนนน มีของมากมาย ok แค่นี้ทำได้เอี่ยวตัวไปเก็บ โอ๊ย เจ็บทันที ทำไงดีเอาว่ะ ทนเจ็บนิด เอาของว่างที่พื้นทั้งหมด จากนั้น เราก็ตะกายลงจากรถไปนอนที่เบาะหลังอีกที หลังจากที่พยายามอยู่นานเราก็พบว่า ในที่สุดก็เอาตัวมาอยู่เบาะหลังสำเร็จ แต่ว่า! เบาะหลังเราไม่ตรงหนิ เลยแบบว่าทำไมมันปวดกว่าเดิมหละเนี่ย โอ๊ย ชั้นจะบร้า เอาว่าพักอีกสักแป๊บให้ดีขึ้น แล้วพยายามลุกขึ้นไปเปิดโครงการดีกว่า เลยพยายามลากสังขารเข้าไป พบว่าประตูโครงการเนี่ย หนักมากสำหรับคนเจ็บหลัง ตอนนี้ได้แต่จับเฉยๆ ยกไม่ขึ้นเลย เลยแบบว่าเอาว่ายืนเฉยๆ ก็ปวดปล่าวๆ วิญญาณนักยกน้ำหนักเข้าสิง ออกแรงยก แบบมีพักด้วย (คลินแอนท์เจิ้ก) และแล้วประตูก็เปิดเราก็เดินเข้ามานอนแมะที่โซฟาในโครงการเกือบๆ สิบนาที ใจก็กลัวว่าจะมีแมงมุม มั๊ยเนี่ยระแวงมากมาย พอนอนสักพักดีขึ้นเลยเดินจะไปนอนเตียงคนไข้ที่ห้องวัดคลื่นสมอง ก็เลยค่อยๆเดินถือกระเป๋ามา ก็เปิดไฟและพบความจริงอันโหดร้ายว่า มีแมงมุตัวไม่ใหญ่เท่าไหร่ สองตัวอยู่ซะกลางห้องทีเดียว แบบว่าเจอวันนี้ถอดใจทั้งหมดทั้งสิ้น พอกันที จบกัน plan ต่างๆของเราไม่เอาแล้ว มานอนแหมะที่เดิม รอความช่วยเหลือต่อไป สักพักเดินไปดูอีกทีเผื่อไปแล้ว ก็พบว่ายังอยู่ที่เดิมเลย (นี่แกไม่คิดจะไปไหนกันช่ายมั๊ยเนี่ย ไฟชั้นก็เปิดแล้ว) เลยเอาหละไปนั่งในห้องประชุมดีกว่า สักพักได้ยินเสียง โอ้ สวรรค์ทรงโปรด มีคนมาแล้ว เลยแบบว่าออกไปดู พบว่าเป็นเด็กปีหนึ่งก็เลยกะว่าจะให้เค้าช่วยไล่แมงมุมแต่ว่ามันไปแล้วเลยให้ยก future board ขึ้นแทน หุหุุหุ แล้วเราเลยค่อยๆย้ายของทั้งหมดมาอยู่ห้องนักศึกษาแล้วไปนอน จนเพื่อนมาปลุก แล้วถามว่าเป็นไงเลยเล่าให้ฟัง เค้าเลยไปซื้อข้าวกลางวันมาให้ กินอยู่ก็ปรากฏว่าครอบฟันหลุด ตายแล้วทำไมวันนี้ซวยอย่างงี้เนี่ย หลังจากนั้นก็กินข้าวกลางวัน แล้วเพื่อนพาไปหาหมอตอนออกมาหน้า ม เนี่ยติดรถคนรู้จักของแนนออกมาแบบว่า สะเทือนแรงได้อีกอะ (หลังช้านเจ็บอยู่นะ) กว่าจะมาเรียก taxi ได้ ครางไปหลายครั้งเลยทีเดียว ถึงโรงพยาบาล พนักงานก็ดูแลอย่างดี แล้วเค้าก็พาไปที่เตียงแล้วถามว่านั่งหรือนอนดีค่ะ เราก็ตอบว่านั่งครับ แล้วเค้าเลยบอกว่านอนดีกว่านะเดี๋ยวคุณหมอจะได้มาดูได้ง่าย (เอ้าแล้วจะถามชั้นทำเพื่อ ก็บอกสิให้ชั้นนอนลงไปเลย) แล้วคุณหมอก็เข้ามาดูกดๆดูพบว่ากระดูกไม่เป็นไร เลยบอกว่าอยากฉีดยาเข็มนึง พอฉีดเสร็จจะลุกออกไป เอ้าไม่มีแมวมาช่วยสักนิดเลย (ตอนแกเอาชั้นลงนอนเนี่ย มาช่วยมากมายตอนลุกละก็นะไม่มีสักคน) รับยาเสร็จก็กลับมา เฮ้อ ลำบากมากมาย นั่งคุยกะเพื่อนเลยสรุปว่าที่เป็นทั้งหมดวันนี้เนี่ยมีวสาเหตุมาจากแกทำอะไรผิดผี เอ้าเพื่อนชั้น T-T
May 25

โศกนาศกรรมของ N ตอนต่อมา

 หุหุหุ หลังจากที่ดองเค็ม blog ได้เต็มที่ก็ได้เวลา up ซะที พอดีดีวันนี้ตัด section แล้วรู้สึกอยากพักขึ้นมา ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเรื่องน่าตื่นเต้นในชีวิตเท่าไหร่ ชีวิตก็เรื่อยๆ จันทร์ ถึงศุกร์ ทำ lab เตรียมสอน เสาร์- อาทิตย์ ก็ไปโปกฮากับการสอน รู้สึกว่าการทำงานแบบนี้ไม่ได้ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเลยแฮะกลับรู้สึกว่าเด็กลงๆเรื่อยๆ แย่แว้ว แต่ช่างเถอะยังไงก็มีความสุขดี จากการทำ lab ในช่วงนี้ที่ผ่านมานั้นพบว่า โครงการ(ที่เรียน ป โท)เราเนี่ยมีแมงมุม เยอะแย่มากมายแล้วก็มีแบบว่าตัวใหญ่ตู้ม เฮ้อ น่ากลัวอย่างมากมาย T-T ไม่เคยรู้สึกว่าจะทำใจได้สักครั้งเล้ย เจอกี่ทีก็ตกใจ แล้วหลีกหนีมันให้ทุกที เกรงใจมันจริงๆ เลยหุหุหุ (เป็นเอามากนะเนี่ย (x x) ก็กลัวหนินา) แต่คงต้องสู้ต่อไป
          ช่วงนี้มีน้องมาทำ senior project ด้วย สองคน คนแรกนี่ hyper จนน่ากลัว แต่รู้สึกว่าบางทีตัวเองเหมือนช่วยเค้าไม่ได้มากเท่าไหร่ เลยรู้สึกว่ามีไรให้ช่วยเนี่ยเราเลยช่วยเต็มที่ แต่คนนี้นี่เราไม่ค่อยห่วง แต่กลับอีกคนนี่เราเริ่มรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาตั้งแต่รู้ว่าเค้าจะมาทำด้วย เลยเลือกเรื่องที่ใกล้กับงานเราให้เค้าทำ แต่ดูเค้าเอาง่ายเข้าว่าและรู้สึกใจไม่ค่อยสู้ด้วย
บางทีทำเอาเราหงุดหงิด เหมือนกันนะเนี่ย แต่ยังไงก็สู้กันต่อไป เพราะเราก็ไม่อยากให้คนอื่นๆมองเค้าไม่ดีด้วย
 
          วันนี้พอแค่นี้ดีกว่าไม่รู้จะเขียนไรให้ยืดยาว ว่างๆ จะมา up เรื่องที่ไปสอนพิเศษดีกว่า แอบมีไรฮาเยอะๆเหมือนกัน
          และสุดท้ายก็ขอโทษทุกท่านด้วยที่ครั้งนี้ blog ไม่ฮา หุหุหุ เราน่ารักเสมอ
March 02

โศกนาฏกรรมของ N ตอน cryostat ที่รัก

ช่วงนี้ ของลงเลย update เยอะหน่อย เบื่อๆ ไม่มีไรทำทำเลยมารายงานเรื่องทั่วๆไปดีกว่า
   เรื่องราวของหัวข้อครั้งนี้ หลายคนอาจไม่รู้จักเครื่องมือที่ชื่อว่า cryostat  เจ้าเครื่องนี้คือ ตู้เย็นดีดีนี่เอง สามารถตั้งอุณหภูมิได้ ถึง - 30 (หรือมากกว่านั้น) องศา C นอกจากเป็นตู้เย็นแล้ว ยังมีระบบใบมีดอยู่ในนั้นด้วยเพื่อใช้ในการหั่น เนื้อ หั่นผักได้เลยโดยไม่สูญเสียความสดใหม่ของเนื้อ อ๊ะ!! ไม่ใช่แล้ว - -" แต่ก็คล้ายๆกัน เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า หลังจากว่ายน้ำแล้ว เราก็เอาหนูทั้งหมดมาสังหารและเก็บสมองเพื่อที่ใช้ตัดดูส่วนต่างๆ ซึ่งก็ต้องใช้เจ้าเครื่องมือที่ว่านั้นแหละ แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า เครื่อง cryostat ที่โครงการของเราอะ มันไม่ดีเอามากๆ เลยหาที่อื่นซึ่งก็คือกลับไปใช้ที่ภาคนั้นเอง แต่ก็ดันมีเหตุขึ้นมาได้คือ เครื่องที่ภาค 2 เครื่องดันเสียซะอย่างงั้น T-T(ทำบุญแต่ลืมสะเดาะเคราะห์) เลยต้องจำใจทนใช้เครื่องที่โครงการซึ่งก็คือ คุณลุง cryostat ของเรานี่เอง ดังนั้นความวุ่นวายจึงบังเกิดในชีวิตแล้ว เพราะคุณลุงนี้ อุณหภูมิไม่ลงตามที่ตั้งไว้ เช่น เครื่องบอกว่า -16 แต่ความจริงแล้ว มันคือประมาณ -13 (สงสัยหละสิว่า เรารู้ได้ไง) หุหุหุ ก็เคยเปรียบเทียบกับเครื่องที่จุฬา ดังนั้นก็เลยต้องหาวิธีแก้ไขกันมากมาย นอกจากนี้คุณลุงยังเหนื่อยงานด้วย เพราะบางทีก็มีหยดน้ำเกาะในเครื่อง โอ้วววว (ถ้ามีหยดน้ำจะตัดไม่ได้เดี๋ยวเครื่องเสีย) หลายคนเลยบอกให้เราเอาพัดลมมาเป่าด้านหลังคุณลุงไว้ เฮ้อ พอเรื่องนี้แก้ได้ ปรากฏว่า ในขณะที่รออุณหภูมิถึง ที่ยึด blog ดันแข็งขึ้นมากดไม่ได้ทั้งๆที่ควรกดได้ปกติ เฮ้ออออ ก็เลยล้มเลิกการตัดไป 1 วันเพราะหาวิธีแก้ไม่ได้ (ความจริงจะเอาไดร มาเป่าแต่บังเอิญ ไดร์ ไหม้อะเลยใช้ไม่ได้ ต้องไปซื้อมา) วันรุ่งขึ้นแก้ปัญหาที่ยึด blog ได้แล้ว แต่ดันมีปัญหาเรื่อง ฐานใบมีดเกิดน้ำแข็งอีก ครั้งนี้เอาไดร์เป่าไม่ได้เลยงัดขึ้นมาก็พอโอเค แต่แล้วปรากฏว่า section ที่ตัดได้ ไม่เป็นแผ่นสวยงาม โอ๊ยยยยยยยย กรูจะบร้า เลยหงุดหงิดแถบจะเอา เก้าอี้มาทุบคุณลุงทิ้ง แต่เดี๋ยวก่อนถ้าทำอย่างนั้นเราคงได้ซื้อ cryostat ไปนั่งตัดเล่นเองที่บ้านแน่นๆ ก็เลยไม่เอาดีกว่า กว่าจะตัดหมด จิตก็เสียพอดี กลับไปนอนหงุดหงิดต่อที่หอ  วันรุ่งขึ้นก็กลับมาตัด แต่พระเจ้า!!!! วันนี้คุณลุงทำตัวดีมากไม่มีปัญหาเลย แล้วในขณะที่ตัด section นั้นเราก็ค้นพบวิธีโบราณแต่ทำให้ section สวยงามคือ ใช้มือเท่านั้น (ตอนที่ทำได้เนี่ยเหมือนค้นพบเคล็ดวิชาเองเรย) เพราะฉะนั้นเมื่อวานนี้เลยตัดได้สงยงามจนชิ้นสุดท้ายทีเดียว แต่พอวันต่อมาครวนี้ยังไม่ได้แต่เปิดคุณลูงทิ้งไว้พบว่าคุณลุงมีเสียงเหมือนขาดใจ เราตกใจเลย มันมีเสียงแบบ หือออ หือออ หือออ เหมือนคนหายใจไม่ออก เลยรู้สึกว่าพักคุณลุงแกหน่อยดีมั๊ย เลยเป็นสาเหตุให้เราต้องหยุดตัดอีก 2 วัน เฮ้อ คุณลุงอย่าเพิ่งเป็นไรไปนะผมยังเหลืออีก 90 กว่าหัวที่ยังไม่ได้ตัดเลย...............
February 23

โศกนาฏกรรมของ N ตอนที่ 4 สัตว์ยักษ์ถล่มประตู lab

หุหุหุ หลังจากที่ไม่ได้มา up ประมาณหมื่นปี ก็มีหลายเรื่องเข้ามามากมาย จนไม่รู้จะ up เรื่องไหนดีนะเนี่ย โอ๊ย!!!! ไม่ up ดีกว่า (อ้าว อารมณ์ ซะงั้น) ไม่ได้ๆ เริ่มโดนว่าจากหลายคนแล้ว ยังไง ก็มาเขียนซะหน่อยแล้วกัน เอาเรื่องแรกก่อนดีกว่า เรื่อง lab เลยละกัน lab เราเนี่ยเป็นการให้หนูดมกลิ่น 3 กลิ่นแล้ว เอามันมาว่ายน้ำ 7 วัน วันละ 4 รอบ แล้วให้มันหาที่ยืนซึ่งลอยวางอยู่ใต้น้ำให้ได้ ถ้าหาเจอเร็วแปลว่ามันเรียนรู้ได้ดีขึ้น ซึ่งเราแบ่งหนูให้ว่ายน้ำเป็น 4 ครั้ง แต่เนื่องจากว่าประเมิณศักยภาพตัวเองผิดไปนิดนึง ครั้งแรกตั้งไว้ซะ 31 ตัว ปรากฏว่าคืนแรก ว่ายไป 15 ตัวก็เช้าเสียแล้ว - -" เครียดไปเลย พอคืนที่ 2 เอาใหม่ ครวานี้เสร็จก่อน 6 โมงเช้าดีใจเลย (เสร็จ ตี 5. 45) แต่พอวันหลังๆ ก็ ok ขึ้น พอครบเจ็ดวันก็ทำการ สังหารซะโดยการ ฆ่าตัดคอ (โอ้ววววววววว ฆาตกรใจโหด) หลายคนอาจจะคิดว่า สงสารหนู ทำไม N ใจร้ายจัง โหดร้าย อำมหิต แต่แบบว่า มองในมุมกลับอะ เราอะเลี้ยงดูมันเหมือนลูกเลยนะ ดูแลดีทุกอย่าง (มั้ง) เล่น(???)กะมัน ทุกวัน แล้วเราก็ต้องลงมือฆ่าเองเราก็เสียใจนะ แต่มันจำเป็น แต่เราไม่สำนึกหรอกนะ ทำหลายครั้งแล้ว หุหุหุ (อ้าว หลายคนคงเกือบสงสารแล้ว แต่มาอ่านถึงตอนเลยตัดสินใจได้ว่าไม่สงสารมันนะดีแล้ว หุหุ) พอset ที่ 2 เนื่องจาก set แรก ทำไปมากมายแล้ว ครั้งนี้เลยทำแค่ 12 ตัว ตอนแรกนึกว่าจะนานปรากฏว่า lot นี้ เป็นหนู mega cleaver ฉลาดสุดๆ 7 วันก็เลยได้กลับไปนอนเร็ว คือเสร็จประมาณ ตี 3 กว่าๆ (เริ่มว่ายประมาณ 4 ทุ่ม) แต่ครั้งนี้เนี่ยวันสุดท้ายมีแขกรับเชิญ กิติมศักดิ์คือ พ่อแม่ของเรานี่เอง มาร่วมชมการทำ lab ครั้งนี้ เลยโกง lab ไม่ได้เลยมีพยานรู้เห็นซะแล้ว อิอิ (ไม่นะๆๆๆๆ เราไม่โกงผล lab) ต่อไป set ที่3 ซึ่งความจริงควรจะเป็น set สุดท้ายของการว่ายน้ำ แต่ปรากฏว่าในขณะที่เลี้ยงหนูอยู่นั้นก็เกิดเหตุการณ์ พิสดารเกิดขึ้น อยู่ดีดี หนูกลุ่มควบคุม (control) ที่เลี้ยงไว้ก็หายไปเป็นจำนวน 50% ของที่เลี้ยงไว้ในกรงนั้น (ดูเหมือนเยอะ แต่ความจริงเลี้ยงไว้สอง หายไปตัวนึง) แต่ก็ทำให้ต้องว่ายน้ำเพิ่มใน set 4 ทั้งๆ ที่กะว่าจะไม่ว่ายแล้ว ตรวจ hormone อย่างเดียว T-T แต่ต้องว่ายจนได้ เอ้าว่ายก็ว่าย จะได้จบสิ้นกันไป ในการทำ lab ของ set ที่ 3 เนี่ยมีเรื่องน่าตื่นต้นตกใจเกิดขึ้นในวันสุดท้ายด้วย ในขณะที่เราจะเดินไปถึงห้องที่เก็บหนูนั้น เราก็พบว่ามีแมงมุมตัวใหญ่มาก เกาะอยู่หน้าทางเข้าออกเลย ตอนนั้นได้แต่นึกโทษโชคชะตาอยู่ในใจว่า "ทำไมมันไม่มาพรุ่งนี้ วันสุดท้ายแล้วเชียวมาพรุ่งนี้ก็ไม่ได้นะแก ต้องมาเอาวันนี้ด้วย" ในขณะที่นึกอยู่นั้นเราก็คิดว่าทำไงดี ตอนนั้นเอง มันเคลื่อนที่แล้ว เร็วมาก โอ้วววว!!! ใกล้ประตูเข้าไปอีก ทำไงดีทำไงดี นึกได้แล้วๆ ต้องตามกำลังเสริมซะแล้ว โทรหาเพื่อนทันที
N: แก แย่แล้วอยู่ไหนเนี่ย เราต้องการความช่วยเหลืออย่างหนัก
O: อยู่บ้านหนะ กลับพรุ่งนี้กลางวัน
N: แย่แล้ว ๆ มีแมงมุมตัวใหญ่มากอยู่เราต้องการกำลังเสริมอะ
O: ลองโทรไปหา Ng ดูสิน่าจะอยูนะ
N: ขอบคุณ มากนะ
แล้วก็โทรหา Ng พบว่า ไม่อยู่บ้านเหมือนกัน (โอ้ววววว เราช่างโชคร้ายมากมาย ต้องสะเดาะเคราห์แล้ว)
เลยโทรไปหา น้อง M ปรากฏว่า น้อง M มีธุระ แต่ออกมาได้ แต่เราก็ไม่อยากกวนเพราะฉะนั้น เลยบอกว่าไม่เป็นไร เลยโทรหา E และแล้ว เหมือนพระมาโปรด E ว่างอยู่ เลยมาหาเราได้ ดีใจอย่างแรงมากเหมือนถูกล๊อตตารี่รางวัลที่1เลย ในที่สุดก็ได้กำลังเสริมแว้ววว รอไม่นานกำลังเสริมก็มาถึงแต่ไม่มีอาวุธครบมือ เพราะมาหาเอาในนี้แทน ในที่สุดปฏิบัติการไล่แมงมุมก็สำเร็จโดยเราไปแอบอยู่อีกห้องเลย เค้าวิ่งไล่จับแล้วเอาออกไปปล่อยข้างนอกได้ เราจึงกลับมาทำ lab ได้อย่างเป็นปกติสุขอีกครั้ง
แล้ว lab ก็เสร็จสิ้น สังหารหนูลุล่วงไปด้วย ยังไงก็ขอให้set สุดท้ายไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นอีกละกัน
 
                                                                          สวัสดี 
 
October 10

คนแปลกหน้าที่สำคัญยิ่ง I Episode G การพบกันของ G กับ เรา

     วันนี้นึกเปลี่ยวใจยังไงก็ไม่รู้ หลังจากได้อ่านเรื่องๆหนึ่งทำให้กลับมานึกย้อนถึงการกระทำที่ตัวเองเคยทำในอดีตและเมื่อนึกถึงตังเองขึ้นมาก็เลยมีใครอีกหลายคนที่โผล่ออกมาในความทรงจำของเราด้วย เป็นคนคนหนึ่งที่ไม่ใช่พี่น้อง คนที่ไม่ใช่คนในครอบครับ แต่เป็นคนที่มีความสำคัญต่อเรามากมาย เค้าเป็นใครก็ไม่รู้ บางคนครั้งแรกที่เจอกัน เราไม่ชอบหน้าเค้าด้วยซ้ำ แต่ทำไมตอนนี้ถึงสนิทกันมากมายและกลายเป็น คนแปลกหน้าที่สำคัญยิ่ง (เป็นคำที่ขอยืมมาเพราะเคยได้ยินแล้วชอบ เลยยืมมาใช้ หุหุ) หรือ คนสนิท สำหรับเรานั้นเอง ในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิต คนที่เรารู้สึกสนิทด้วยนั้นมีหลายคนมากมาย มีทั้ง เพื่อนสนิท พี่ที่สนิท น้องที่สนิท แต่ครั้งนี้ที่เราจะเขียนถึงก็คือ "เพื่อนสนิท" ของเราคนหนึ่งนั้นเอง
 
     ในชีวิตที่ผ่านมีเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่เราคิดว่าเรามองเค้าก็รู้ว่าเค้าคิดอะไร หรือในอารมณ์นี้เราควรทำอย่างไรกับเค้า หรือเวลาอยู่กับคนคนนี้ เราเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าเราจะทำให้เค้าไม่พอใจหรือเปล่า (อ้าว หุหุ แอบเลว) เพราะรู้ว่ายังไงเค้าก็เข้าใจเราได้อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านคนที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ได้ มีแค่ 2 คนเท่านั้นเอง หนึ่งในนั้นก็คือ G นั้นเอง ในตอนแรกที่ได้รู้จัก ตา G นั้น G ยังเป็นเด็กรุ่นน้องในภาคคนหนึ่ง แล้วความคิดของเราที่มีต่อ G คือ "เป็นน้องที่เค้าไปคุยด้วยยากนะเนี่ย ไม่น่าคบเลย" ซึ่งต่อจากนั้นก็พยายามเลี่ยงๆ ไม่ค่อยเจอเท่าไหร่เพราะตอนนั้น มีพฤติกรรมของเพื่อนภาคบางคนที่กำลังรับไม่ได้เท่าไหร่อยู่ แต่ก็ทำได้ยากเพราะเรามาเช้า G ก็ดันมาเช้าด้วยอีก ไปๆมาๆ กลายเป็นเจอทุกวันไปซะงั้น (เฮ้อ!!! แย่เลย) แล้วในช่วงแรกๆ นั้นเองก็เลยยิ่งรู้สึกว่า น้องคนนี้ แม่ง บ้าพลังหวะ เหมือนกันกับสายมันมากไปป่าว เลยแอบคิดต่อไปว่า (แก อย่าโกรธชั้นนะ ตอนนั้นชั้นคิดอย่างนี้จริงๆ) หน้าตาก็ไม่ค่อยดี ดำ แล้วยังบ้าพลังอีกเหรอเนี่ย โห ไม่ยุ่งดีกว่ากรู (แค่คิดเท่านั้นเอง) และแล้วกระแสของน้องที่เข้าใหม่ในภาคก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่รุ่นพี่เพราะสาเหตุที่ว่า รู้สึกว่ารุ่นนี้ที่เข้ามาดีกว่ารุ่นที่แล้วและมีแววว่าจะทำงานภาคได้ดีนั้นเอง (อันนี้มีทุกปี) ก็พูดว่า น้องคนนี้ท่าทาง ... ว่ะ น้องนี้นี่ ... มากเลย น้องคนนี้ดูไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งเร้านะ (หุหุ อันนี้ก็แอบเปลี่ยนข้อมูลนิดนึง) และก็ "น้อง G เนี่ย ชั้นว่า เค้าเหมือนสายเค้าเลยนะ " P กล่าว อีก P ก็ตอบว่า "จริงด้วยแก ชั้นเห็นด้วย " "แกดูเวลาดีใจสิ เหมือนมาก" N พูด "โห เห็นด้วย" T,D,N,K,F,B และ P เห็นด้วยเป็นความเห็นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี่คือภาพที่ เห็นตั้งแต่ตอนที่ได้เจอคนนี้แรก ทำให้ไม่รู้สึกประทับใจเท่าที่ควร แล้วเราเปลี่ยนความคิดที่มีต่อ G ตอนไหนเนี่ย เป็นความคิดที่เคยถามตัวเองบ่อยครั้งว่าทำไมนะ ไม่น่าเชื่อว่าภาพที่เป็น กับตัวตนที่แท้จริงเนี่ยมันต่างกันอยู่เล็กน้อย
 
     จุดเปลี่ยนแปลงของเรื่องราวทั้งหมดจากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะ สนิท กับด้วยซ้ำ ก็อยู่ตรงที่ G มาเช้าเลยเจอกันในห้องภาคบ่อย แล้วพอตั้งแต่ปี 2 มาเราก็เริ่มหาเพื่อนกินข้าวเช้าไม่ได้ แต่ตอน summer ปี 2 ก็ได้รู้จักคนอีกคนที่เกิดวันเดียวกันเดือนเดียวกันและปีเดียวกัน มาเช้าเหมือนกัน เลยกินข้าวด้วยกันตอนเช้านั้นเอง ซึ่งปกติแล้วเราเองก็จะแวะลงไปเอาของไปเก็บในภาคก่อนแล้วไปกินข้าวด้วยแต่ก็ยังไม่สนใจ G เหมือนเดิม จนกระทั่งไปเจอที่โรงอาหารเลยรู้ว่า อ้าวนอกจากนอนแล้วแกก็ยังมากินข้าว ตอนเช้าด้วยนะเนี่ย ซึ่งช่วงนี้เองก็เริ่มคุยกับ G มากขึ้น (เพราะตอนที่เรารอขึ้นเรียนปีเรายังไม่มีใครมา แล้วในห้องภาคก็ไม่มีใคร น้องอีกคนที่ลงมาตอน 7.30 เนี่ย ก็คุยด้วยยากจัง เหมือนไม่อยากคุย/ยังไม่ตื่นเลย) ก็เลยเริ่มได้รู้แนวคิด ว่าบางเรื่องเนี่ยวิธีการคิดเหมือนกันกับเราเลย และรู้สึกว่าที่สิ่งต่างๆ แสดงออกมานั้น หรือการเล่นมุขแปลกๆ ที่คนอื่นๆว่ากันเนี่ยเราว่าเป็นการทำให้คนอื่นๆ สนุกไม่เบื่อ (ไม่เบื่อ ตรงที่ไว้ด่าเวลาตอนมุขมันแป๊ก นั้นเอง) ซึ่งในตอนนั้นเราก็เริ่มสนิทกับรุ่นนี้พอควรและเริ่มเห็นอะไรบางอย่างมากขึ้น ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าทำไมไม่มีใครสนใจฟังความเห็นของคนนี้เลยหละ เพราะความเห็นแต่ละอย่างก็ดีนะ ซึ่งบางอย่างชั้นก็ว่ามันก็ ok เมื่อได้ฟังความคิดคนนี้มากขึ้นเราเลยเริ่มเปลี่ยนทัศนะคติที่มี แล้วเริ่มเข้าไปทำความรู้จักมากขึ้น และหลายอย่างเมื่อมองดูพบว่าทำไมหลายอย่างรู้สึกคล้ายแต่แตกต่างกันด้วย หลังจากนั้น G ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิต จนกระทั่ง n เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่ามีเรื่องของ n เข้ามาด้วย เลยรู้สึกว่าบางทีแล้วจับสองคนนี้มาสนิทกับก็ดีเหมือนกันนะ (ซึ่งเราจะไม่บอกว่า 2 คนนี้ สนิทกันได้เพราะเรา เพราะยังไงก็ต้องมีความพึ่งพอใจ และเปิดรับอีกฝ่ายเองอยู่แล้ว แต่ก็แอบดีใจที่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ หุหุ) ซึ่งช่วงนี้เลยยิ่งทำให้เราสนิทกับ G มากขึ้นไปอีก (แล้วก็มารู้ด้วยว่า G เกิดก่อนเรา 1 วัน หุหุ แต่คนละปีกัน) ในช่วงนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ทำให้เรารู้ว่าความชอบในบรรยากาศ สภาพแวดล้อมของ G เหมือนๆกับเรา และที่สำคัญที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ G เป็นคนที่ใจดีมาก (ถึงแม้เจ้าตัวจะพูดว่า ตัวเองเป็นคนโหดร้ายก็ตาม) เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าเป็นเรื่องที่ เพื่อนเดือดร้อนแล้วหละก็ G จะมีเวลาให้กับคน เพื่อนคนนั้นเสมอ ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เรายืนยันเรื่องนี้ได้และประทับใจมากก็คือ เรื่องที่ J อาการไม่ดีแล้วโทรหา ทันทีที่บอก G ก็รีบไปหา J ด้วยกันทันทีและมีท่าทีเป็นห่วงมากมายและก็อยู่จนกระทั่ง J ดีขึ้นแล้วจึงกลับ (ถ้าจำไม่ผิดเนี่ยช่วงนั้นใกล้สอบด้วยนะ) หรือ เรื่องที่เราท้อใจจากใครบางคนแล้ว G ก็นั่งทนฟังเราบ่นเล่าสาระพัดเรื่องซึ่งก็เป็นเรื่องเดิมทุกที (แกเป็นหนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนที่ชั้นร้องไห้ให้เห็นได้อย่างสบายใจ) แล้วเราก็บอกว่าเราจะเปลี่ยนแต่ก็ไม่เคยได้สักทีแล้วก็กลับมาบ่นแบบเดิมทุกที  ซึ่งบางทีทั้งเราและ G ก็รู้ว่ามาพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น หรือแม้แต่ G ก็คงรู้ว่าสาเหตุและวิธีแก้เนี่ยเราก็รู้เองอยู่แล้ว แต่ก็ยังมาเล่ามาบ่นให้โดนด่าอยู่อีก ซึ่งเราจะบอกว่าความจริงแล้วด้วยความที่เรารู้สึกว่า เราสนิทกับคนที่อายุน้อยกว่า เราจะรู้สึกเสมอว่าบางทีต้องทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่หน่อย แต่ในบางครั้งเราก็อยากจะหาคนที่จะมาด่าเราได้อย่างจริงใจ ซึ่งเรารู้สึกว่าเราชอบที่จะให้ G มาด่า แล้วเราจะสบายใจขึ้นนั้นเอง (โรคจิตแน่ๆ เรยชั้นเนี่ย) จากตรงนี้เลยทำให้รู้สึกว่าจริงๆแล้วเนี่ย แก (G) ไม่ใช่รุ่นน้องชั้นไม่ใช่น้องแต่เป็นเพื่อนชั้นนั้นเอง และตอนที่เราเรียนต่อโทเนี่ย บางทีเราจะแอบรอวันศุกร์ที่จะได้กลับไปนั่งทอดหุยให้อาหารปลา เพื่อที่จะคุยกับ G หลายๆ (ถึงแม้บางทีจุดประสงค์หลัดอาจไม่ใช่ G สักเท่าไหร่ หุหุ ) ดังนั้นเรารู้สึกว่าไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ทุกครั้งที่ร้องขอเรามักจะได้เสมอ ไม่ใช่ความช่วยเหลือ สิ่งของ เงินทอง แต่เป็นเวลา และ ความเข้าใจ นั้นเอง และเรารู้สึกว่า G เป็นเพื่อนแท้ที่เราสามารถเสียสละแทนได้ โดยที่เราจะไม่เสียใจเลยในทุกๆ เรื่อง
 
     การ upblog ครั้งนี้อาจจะยาวมากไปจนไม่น่าอาจสำหรับหลายๆ คน แต่บอกแล้วว่าเป็นอารมณ์เปลี่ยวที่ดันอยากเขียนถึงเพื่อนรักของชั้นคนนี้ เขียนการพัฒนาของความรู้สึก จากแรกเริ่มที่คิดว่าไม่น่าคบ จนกลายมาเป็น คนสนิทที่สำคัญยิ่งได้ หุหุ อย่างน้อยถ้าวันไหนลืมเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาเนื่องจากเวลาผ่านไป อย่างน้อย ใน blog ก็เป็นคลังแห่งความทรงจำที่ดีได้แห่งหนึ่ง และก็เป็นที่ระลึกว่าในชีวิตหนึ่งเรามีโอกาสที่จะได้เจอคนแบบนี้กี่ครั้งกัน สำหรับเราแล้วถือว่าชาตืที่แล้วคงทำบุญมาดี ถึงได้เจอคนดีดีมากมาย และก็โชคดีมากที่ชาตินี้ชั้นได้เกิดมาเป็นเพื่อนกับแก กั๊ม....
 
   
     สุดท้ายนี้ไว้ครั้งต่อๆไปจะเขียนถึงเพื่อน / รุ่นน้อง
อีกหลายๆคนที่มีความสำคัญกับเราคนต่อไปนะ รักทุกคนนะ (แต่ไม่เท่ากัน) จุ๊บจุ๊บ
 
 หุ หุ
September 20

สอบ proposal ผ่านซะที

ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้แล้วกับความยากลำบากอันยาวนาน การสอบ proposal ของเรา เหนื่อยมากนั่งทำรูปเล่มกว่าจะเสร็จก็ตั้ง 2 อาทิตย์แหนะ แต่เพิ่งมารู้วิธีการเขียนเนี่ยก็แค่อาทิตย์กว่าๆ เรามัวแต่นั่งอ่านทุกอันแล้วสรุปใหม่เลยโดนว่าไปว่า จะเขียนหนังสือใหม่เหรอ เพราะที่จริงแล้วต้องใช้การ cop แปะ ฟังแล้วเหมือนตัดอันนั้นอันนี้มาใส่เลยเนอะ แต่ไม่ใช่ cop แปะในที่นี้เนี่ยคือ เราต้องมี paper เรื่องที่จะใช้ หรือหัวข้ออที่จะเอามาทำเนี่ย ประมาณ 5 อันขึ้นไป หลังจากนั้นอ่นแล้ว ทำการ paraphase ซะ ซึ่งง่ายกว่าที่เราเอามาเขียนใหม่เองเยอะเลยอะ แอบสนุกด้วยตอนอ่าน หลังจากทำเสร็จได้ แล้วก็ส่งให้พี่ๆ ที่ NBBC ช่วยอ่าน + แก้ gramma ซึ่งก็ได้ผลดีเพราะบอกว่าผิดแบบไม่น่าเกลียดมากเท่าไหร่ แต่เรารู้สึกว่าเราเองยังเขียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลยอะ ต้องเรียนเพิ่มซะแล้วจะได้เขียน thesis ให้ Hi-so ขึ้น พอทำเล่มเสร็จก็เหลืออีก 4 วัน จะสอบ proposal (สอบวันที่ 7 กย.) รีบเอาเค้าไปให้ อ.ประคอง แทบแย่เพราะตอนแรกบอกว่าจะเอาให้ก่อน 31 สค. แต่มันไม่ทันจริงๆ หนิน่า ขอโทษอีกทีแล้วกันนะครับ หลังจากนั้นก็กลับมาทำ power point เตรียม present กว่าจะเสร็จก็พอดีเลยวันพุธ เลยไม่ได้ซ้อมเท่าไหร่เลย แย่มากๆ ตอนพูดก็พูดสดเลยเราว่าเราพูดไม่ค่อยรู้เรื่องอะ แต่คนฟังบอกว่าก็ ok นะ แต่ยังไงเราก็ยังไม่ค่อยพอใจในตัวเองอยู่ดีนั้นแหละ แต่ก็เอาเถอะกว่าจะผ่านมาได้ ตอนตอบคำถามก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ครั้งนี้ ok กว่าตอนสัมมนามากเลย แถมได้กำลังเสริมจากด้านหลังด้วยยิ่ง ok ไปใหญ่ แล้วอาจารย์ก็ช่วยใบ้เต้มที่เลย แต่มี comment จาก commitee ว่า lab เนี่ยเยอะมากไปมั๊ย ลดดีมั๊ย แล้ว possible pathway จะเป็นยังไง ก็เลยต้องมีการแก้ไข้ method  อีกหน่อย ซึ่งก็แก้อยู่และ ก็จะเริ่ม lab ที่เหลืออีกรอบใหญ่ เฮ้อ สู้สู้ จะรีบทำให้เสร็จภายใน มค. ให้ได้เลย จะได้จบซะที เริ่มเบื่อแล้วการค้างคาเนี่ย และตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาเหมาะด้วยที่จะทำ lab เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม ไม่ต้องมีติวให้ใครด้วย (แต่อาจจะต้องติวให้น้องของน้องวิน แต่ไม่เป็นไร) ช่วงนี้ชีวิตมีความสุขดี เรื่อยๆ กับชีวิต แต่บางทีก็แอบคิดถึงน้องโอ๊ต นะเนี่ย ไม่ค่อยได้คุยด้วยเลย แล้วก็ 1 ปุ๊ย ชั้นก็คิดถึงพวกแกนะ อ้อ พี่ณัฐ ด้วย (ความจริงยังไม่ค่อยคิดถึงเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวน้อยใจใส่ไว้ซะหน่อย อือื) แล้วก็น้องๆ ที่ใกล้สอบเนี่ยก็โชคดีในการสอบนะทุกท่าน ไว้ว่างๆ จะมา up อีกที คราวนี้ทิ้งไว้นานมากเลย หุหุ บะบาย
 
ปล. อยากไปเที่ยวทะเล หรือ ภูเขา จัง เลยอะ มีใครช่วยชวนเราหน่อยสิ แต่เอาแบบไม่นานสัก 2-3 วันก็ ok นะ จะได้รีบมาทำ lab (Gump แกพาชั้นไปหน่อยสิ หุหุ เช้า-เย็น ก็ได้) เริ่มเบื่อ ๆ ชีวิตในเมืองอะ 
 
Photo 1 of 76